nea nang



Page 1

พลับพลาขับรถเร็วด่วน…หากเหาะได้หล่อนก็จะเหาะไป หากมี

สิ่งใดขวางกั้นอยู่ตรงหน้า หล่อนก็จะทำลายทุกสิ่งที่กีดขวาง เพื่อพบ

หล่อนชอบที่จะเป็น “บ้า’ ยามเมื่อพบชายคนใหม่

พานเขาให้สมกับที่เขาสิงสู่อยู่ในความคะนึงถึงตลอดสามวัน

น่าอยู่ ดูพิลึกพิลั่น ไม่มัวฝ้าซึมเซ็งเหมือนจำใจเกิดและจำใจอยู่

นับเป็นความข้นเข้มในอารมณ์อันให้รสชาติสูง ชวนให้โลกเจิดจ้า

มีของฝากสำหรับเขาขิ้นหนึ่ง

พลับพลายกไหล่นิดๆ

เมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของสุบรรณและ

มารดาเกี่ยวกับชายผู้ไม่ออกนาม

ไม่มีใครอื่นนอกจากนิวาส

เขาคงตามมาตอแยกับหล่อนอีกแน่ๆ ตามวิสัยที่ไม่ยอมหลุดพ้นไป

จากหล่อน

เนื้อนาง 101

Page 2

“ยากเสียแล้วนิวาสจำ หล่อนนึกอย่างอารมณ์ดี…และอย่างที่ผู้

ค้นพบโลกใหม่ ฉันมันเป็นโคลัมบัสนักแสวงหาดินแดนใหม่ไปเสียอีกแล้ว

นี่ ทำไงได้

ที่โน่น ที่เมืองมหาวิทยาลัยโน่น แม้จะมีนักศึกษาไทยขั้น หัวกะทิ”

เดินกันขวักไขว่พอสมควร แต่ก็มีผู้ชายเลือกในวงจำกัด…เป็นต้นว่าบาง

คนมีภรรยาแล้ว บางคนอุตริไม่ชอบผู้หญิงไทยเอาดื้อๆ มี “เดท” แต่กับ

แหม่ม บางคนเป็นนักเรียนทุน ไปถึงก็ไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนไม่ยอม

เสียเวลารู้เรื่องอื่น บางคนก็เอาเวลาที่เหลือไปทำงานพิเศษ บางคนเรียนดี

แต่พ่อแม่ส่งเงินปรนเปรอ มีรถขับขี่ก็เลยควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า

เต่งตา

นิวาสไม่ใช่นักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับหล่อน เพราะเขาไม่ใช่

คนขั้นหัวกะทิ เขาเรียนรู้ละแวกใกล้ๆ หากก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งพ่อแม่ส่ง

เงินไม่อั้น เขามีรถยุโรปใหม่เอี่ยมออกจากอู่ขับโฉบฉิวแทนรถอเมริกัน

เพราะในอเมริกานั้นหากใครขับรถยุโรปและรถญี่ปุ่นได้

“แน่” ในเรื่องฐานะ

ถือว่าคนนั้น

พลับพลาไม่จำเป็นจะต้องมีรถ ก่อนหน้านิวาส หล่อนมีฝรั่งหนุ่ม

ลูกเจ้าของบริษัทผลิตภัณฑ์เคมีเป็นคู่ควงเทียวรับเที่ยวส่ง หากแต่หมอ

นั่นติดเหล้า รักเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ พลับพลาก็เลยบอกลา

102 | กฤษณา อโศกสิน

Page 3

ก่อนฝรั่ง หนุ่มไทยลูกเศรษฐี หากแต่ปีแล้วปีเล่า การเรียนของเขา

ไม่พัฒนา แม้เมื่อหล่อนออกทำงานแล้ว เขาก็ยังไม่จบปริญญาตรี กระทั่ง

หล่อนเข้าเรียนปริญญาโท เขาก็ยังคงย่ำอยู่อย่างเก่า

พลับพลาเหลือที่จะทนความไม่ก้าวหน้านั้นได้

ส่วนหนุ่มอื่นๆ ที่มาติดพัน หล่อนไม่จัดผู้ใดเข้าบัญชี เพราะบางคน

แม้จะเก่ง ฉลาด แต่เขาเดินบ้าง ขึ้นรถประจำทางบ้าง หล่อนก็ไม่มีวันจะ

ลดตัวลงไปร่วมบาทวิถีกับเขาได้

“อย่าหาว่าฉันเขี่ยคุณเลยนะ

ไม่ถึงสองเดือนที่กรุงเทพฯ ผู้ชายกรุงเทพฯ ที่หล่อนพบปะสมาคม

ด้วยมากหน้าหลายตา ทำให้หล่อนครึกครื้นในอารมณ์เป็นยิ่ง เหมือน

ไอศกรีมธรรมดาที่เอาเหล้ารัมมาราดลงไปแล้วจุดไฟนั่นเที่ยว

ลุกลามเรืองรองจนหล่อนตื่นเต้น เมื่อตื่นเต้นแล้ว แน่นอน นิวาสกับ

หล่อนก็น่าจะเหลือแค่ความเป็นเพื่อนร่วมโลกเหมือนที่หล่อนเหลือทิ้งไว้

แสงไฟ

กับสองคนแรก

ถ้าเขามีใจนักกีฬาเพียงพอ…หรือไม่ก….นานอีกสักนิด หากเขาได้

พบผู้หญิงกรุงเทพฯ มากๆ เขาก็จะรู้หรอกว่า เขามีเกมเหลือเฟือสำหรับ

เล่นอีกหลายปี

เนื้อนาง 103

Page 4

หญิงสาวคิดพลางเลี้ยวรถเข้าซอยซึ่งเผอิญหาไม่ยาก เพราะอยู่

ซ้ายมือและมีปั๊มน้ำมันสว่างจ้าเป็นเครื่องหมาย

ซอยนั้นค่อนข้างซับซ้อนจนพลับพลาต้องทบทวน ข้ายแล้วขวา

แล้วขวาอีกที อ้อ…ใช่แล้ว ตัวอักษรสีขาวเล็กๆ แขวนอยู่ตรงเสาประตูข้าง

ใน ไม่มีที่จอดรถเหมือนร้านที่ไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเพราะห้องอาหารอยู่ชิด

ประตูเลยทีเดียว คั่นด้วยสวนเล็กนิดที่มีกรวดอัดรูปกลมเหมือนแผ่นถั่ว

ลิสงทอดตอนที่ยังไม่เหลือกรอบปูเป็นทางรายเข้าไปถึงประตูกระจก แล้ว

ลดเลี้ยวเลียบห้องไปสู่สวนกว้างด้านขวาที่มีโต๊ะหมู่วางกลางแจ้ง คั่นโต๊ะ

เก้าอี้แต่ละชุดด้วยฉากไม้เถาเลื้อยพันอันสะพรั่งด้วยดอกสีม่วง

ชมพู

เหลือง

เขานั่งอยู่แล้ว ตรงมุมห้องอันเรืองด้วยแสงจากโคมแก้วห้อยโซ่

ทองเหลืองขัดมันแววตา มีแก้วเหล้าอยู่ตรงหน้า เพียงแต่พลับพลาเปิด

หล่อนก็เห็นแววตาละห้อยแรงล้ำผ่าน

ประตูก้าวเข้าไปและพบตาเขา

ออกมา

ที่โต๊ะอื่นมีคนอื่นซึ่งไม่ปรากฏนามในรายชื่อผู้ที่เขาหลบหลีก

จะอน

ชุมสายจับมาที่หล่อนทุกอิริยาบถ กระทั่งพลับพลานั่งลงเรียบร้อย

ผู้หญิงอะไรหนอ…ช่างมีแต่ความเหมาะเจาะลงตัวปานนี้

104 | กฤษณา อโศกสิน

Page 5

เขาเองก็เคยผ่านผู้หญิงมามาก ทั้งสงบสำรวมและกรีดกราด ทั้ง

สวยสุดสวยและรวยสุดรวย ทั้งเฉลียวฉลาดและเบาปัญญา ขี้ริ้วขี้เหร่แต่

มั่งมีเงินสารพัน จนแม้แหวนเพชรราคาเท่าตึกหลังโตก็จะหมดน้ำหมดไฟ

เมื่ออยู่บนนิ้วหล่อน ที่สวยเด่นแต่สมองบรรทุกไว้แต่ขี้เลื่อยก็พบแล้ว ที่

ธรรมดาสามัญจนไม่มีอะไรน่าจดจำก็ผ่านไปแล้ว

ที่เพียบพร้อมเป็น

กัลยาณีแต่จืดชีดน่าเบื่อเมื่ออยู่กันสักพักใหญ่ๆ ก็ได้มาแล้ว คืนพ่อแม่เขา

ไปเรียบร้อย ชุมสายยังไม่เคยเห็นเลยว่า ฟ้าดินผืนใดสามารถปั้นเกลา

มนุษย์นางหนึ่งให้ถึงซึ่งความน่าพิศวงได้อย่างหล่อนผู้นั่งอยู่ตรงหน้าเขานี้

เลย

*เอ้า….มองอยู่นั่นแหละ” พลับพลาเตือนเมื่อเห็นนัยน์ตาเขายังจด

จ้องอยู่ที่หล่อนไม่คลาดคลา “ตื่นได้แล้วค่ะ”

แหล่

ตอนเม

*ผมตื่นนานแล้ว เพียงแต่กำลังคิด…” เขาชูนิ้วไปทางบริกรผู้เดิน

ตรงมาแล้วหันมาถาม เหล้าอะไรดีฮะ…”

*ขอไวน์ขาวก็ได้”

ดีครับ…ที่นี่เขามีห่อหมกหอยแมลงภู่เป็นอาหารขึ้นหน้า”

“อาหารไทยหรือคะ” หล่อนเหลียวไปรอบๆ ในบรรยากาศสุขุมรส

แบบไทยๆ มีกล้วยไม้กระถางเล็กแขวนอยู่นอกหน้าต่างทุกช่อง แนบดอก

เนื้อนาง 105

Page 6

สวยอยู่กับกระจกส่วนไม้ประดับราชินีหินอ่อนและพลูไวโอลินนั้น สลับ

สล้างอยู่ตรงมุมห้องที่เยื้องกัน

“ไทยแท้เลยฮะ…ประณีตละเอียดอ่อน คุณจะลิ้มได้แม้กระทั่งจาน

คมไดย

แล้วก็แก้วเหล้า

พลับพลาทำตาระยิบกับเขานิดหนึ่ง ถ้าเขาไม่เสแสร้ง พื้นฐานของ

เขาย่อมไม่เลวเลย

จริงดังนั้น

เมรัยบรรจุมาในแก้วสวย ผิวบาง เนื้อใสวับ

“คุณชุมสายเป็น”

“เรียกผมว่าชุมเฉยๆ ” เขาเตือน

“คุณชุมเป็นนักเสาะแสวงหาที่กินที่ดื่มจังเลยนะคะ เอาเวลาที่

ไหนมาก็ไม่ทราบ” หล่อนจิบเหล้า

ตาต่อตายังคงดื่มกันอย่างไม่รู้จักคำว่าพลัดหาย มันระยับด้วยกัน

%3D

ทั้งคู่

ผู้ร

“เมื่อก่อนผมไม่ได้มีงานรัดตัวแบบนี้นี่ครับ งานมากยังไงก็มีเวลา

พักผ่อนเที่ยวเตร่ มีวันหยุด แต่นี่…ผมแทบจะไม่มีวันหยุดเลย ทั้งๆ เขาก็มี

บส่

ให้นี่แหละ”

พลับพลาถอนใจยาวพลางยิ้ม

106 | กฤษณา อโศกสิน

Page 7

“ก็อยากหาเรื่องเองนี่”

“ผมไม่ถึงกับอุทธรณ์หรอกนะครับ เนื่องจากเป็นคนขอบงานเสี่ยง

เสียง

ท้าทาย….ผมยังรับไหว”

“แต่คำว่า “ไหว” ของคุณ ฟังดูเปลี้ยๆ ไปแล้วนะคะ” หล่อน

สัพยอก

“ใช่…มันก็เปลี้ยมั่ง แต่เมื่อใจยังสู้ทุกอย่างก็ยังพอไปได้แม้ว่า..

บางทีผมอาจตั้งคำถามเอากับตัวเองเหมือนกันว่า นี่ผมแส่มารับงานนี้

ทำไม มันได้อะไรขึ้นมา..”

พลับพลายิ้มนิดๆ ไม่ขัดคอ หล่อนศึกษาเขาได้มากพอดูก่อนจะมา

พบตัวจริงของเขา จะว่าไปแล้ว หล่อนชอบเขาที่ตรงนี้เหมือนกัน ตรงที่

นเๆ

เขาทะเยอทะยานไม่หยุดนิ่ง

แต่บางคนว่าเขาไม่รู้จักตัวเอง งานใหญ่ของรัฐบาลบางเรื่องไม่ใช่

หนูตะเภาในห้องทดลอง ก็สุดแต่ใครจะว่าเขา

สำหรับหล่อนนั้น.ไม่ว่า เพราะคนอื่นๆ ที่หาญเข้ามาทำงานใหญ่

ของรัฐ บางคนก็ไม่ฉลาดไปกว่าเขา หรือชำนิชำนาญกว่าเขา

“ข้อสำคัญที่ผมรู้สึกเปลี้ยมากกว่าปกติก็คือ..”

“คุณไม่มี “กำลังใจ อยู่ข้างหลัง” พลับพลาต่อ

เน่อนาง 107

Page 8

ชุมสายนิ่งอั้น อึดใจหนึ่งก็พยักหน้า

*ใช่…ลูกสองคนไปกับแม่” เขาพยายามอยู่แล้วที่จะวกเข้าหาเรื่อง

ส่วนตัวเพราะรู้สึกถึงบางอย่างรุนแรงว่าอยากจะเล่ารายละเอียดของ

ตัวเองให้หล่อนรับรู้ เป็นความรู้สึกของชายหนุ่มผู้คิดว่าตนได้เจอผู้หญิงที่

มีคุณสมบัติตรงตามเป้าหมาย ดังนั้นจึงอยากคว้าไว้ กอดไว้ ก่อนจะถูก

ใครสักคนมาพบเข้าและช่วงซิงไป “เรากำลังจะหย่ากัน แต่ยังไม่ได้หย่า”

*ทำไมล่ะคะ” พลับพลาถามเรื่อยๆ

“เขาติดแม่.สนิทกับแม่มากกว่าผม” เขาตอบ เศร้าอย่างแท้จริง

“เพราะงั้น ก็เรื่องลูกกับทรัพย์สินนี่แหละ ที่ทำให้เรายังตกลงกันไม่ได้”

“ฉันเสียใจด้วย แต่..จะว่าไปแล้ว…ฉันไม่อยากให้ครอบครัวคุณ

แตกแยกเลย” พลับพลาพูดอย่างไม่มีความหมายจริงจัง

“มันช่วยไม่ได้” เขายกไหล่นิดๆ “คู่ผมไม่ใช่คู่แรกในโลกที่หย่ากัน

แล้วเรื่องที่หย่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”

บากไม่

พลับพลาได้แต่ยกคิ้วสูงโดยไม่มีความเห็น

“คุณยังไม่เคยแต่งงาน คงไม่รู้ว่าเวลาคนเราเซ็งที่จะกินอยู่หลับ

นอนกับอีกคนหนึ่ง มันมีอาการขนาดไหน”

ดวงตาสีลึกตรงหน้ามีแสงเลื่อมพรายเกิดขึ้นหน่อยๆ

108 | กฤษณา อโศกสิน

Page 9

*แล้วไงคะ” หล่อนถามต่อ ” ที่ว่าเซ็งนั่น เพราะคุณมีคนอื่นหรือ

เปล่า”

*คนอื่น” เขาทำปากเบ้ “ผมก็มีอย่างผู้ขายทุกคนมีนั่นแหละ ไม่

เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ ถ้าจะพูดถึงว่า คิดจะหย่าเมียไปอยู่กับผู้หญิงคน

นั้น ผมไม่เคยคิด”

มนนแหละ

“แล้วคุณคิดอะไรล่ะคะ”

*เรื่องสำคัญมันอยู่ที่ตัวเขา จะผิดถูกอะไร ผมตัดสินจากตัวเขา

ไม่ได้ตัดสินจากตัวผม ถ้าเขากับผมยังดีอยู่หมายถึง “ทุกอย่าง” ระหว่าง

เรายังดี โอเค..ผู้หญิงอื่นไม่มีความหมายเลยเพราะอย่างน้อยๆ เขาก็เป็น

แม่ของลูกผม

“อายุเท่าไหร่คะลูกน่ะ”

แววชื่นชมปรากฏขึ้นใน

“อายุสิบสองกับสิบลูกผมน่ารัก”

ประกายตาทั้งคู่ “ผู้หญิงคนโต ผู้ชายคนเล็ก”

“ตอนนี้คุณก็เลยว้าเหว่” พลับพลาพยักหน้าเนิบๆ

ตาหล่อนจะฝาดไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ เมื่อมองตรงไป ได้แลเห็นแพรว

นำวาวๆ อยู่ริมเปลือกตาของคนตรงหน้า

เนื้อนาง 109

Page 10

“เหมือนความรักถูกพรากนั่นแหละ” เสียงของเขาค่อนข้างเครือ

“ผมรู้ว่าเขาเอาลูกเป็นเครื่องต่อรอง..”

“คุณก็ยกลูกให้เขาไปเสียเถอะ ในเมื่อคุณเองก็ไม่มีเวลาจะดูแล

ส่งเงินเลี้ยงดูคงพอ…”

*คุณไม่เคยเป็นแม่” เขาพูดเบาๆ เหมือนกำลังโกรธ แต่ก็ไม่เชิง

โกรธ พลับพลารู้สึกเหมือนกับว่า เขาอยากกระซิบด่าหล่อนอย่างผู้ดีตรงที่

….เหตุใดหญิงสาวผู้เขาคะเนว่าจะมีสามัญสำนึกสูงส่งจึงไม่รู้จักกระหวัด

ถึงรายละเอียดที่มนุษย์พึงผูกพันกัน “ถึงผมเป็นพ่อที่คนทั้งหลายไม่ยก

ย่องเท่าแม่ก็จริง แต่ผมก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก เรื่องยกลูกให้ไปเปล่าๆ ปลี้ๆ

de

โดยไม่มีข้อแม้นั้นผมไม่เคยคิด

“งั้นคุณก็คงต้องคาราคาซังอยู่ยังง้อีกนานมังคะ”

“ก็ไม่ทราบเหมือนกัน” เขาตอบท้อๆ “งานการทุกวันนี้ก็ผูกมัดผม

จนกระดิกกระเดี้ยไม่ไหว ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะตัดสินเรื่องส่วนตัว”

พลับพลายังคงมองเขา

“แค่ที่พบคุณแล้วยังรู้ว่ามีคุณอีกคน…อยู่ใกล้ๆ ก็นับว่าเป็นโชค

เหลือหลายแล้ว บอกจริงๆ นะฮะ…ผมไม่เคยเจียดเวลาให้ใครได้เลย

นับตั้งแต่มารับงาน แต่เจียดเวลาให้คุณเป็นคนแรก”

างแตะ

110 | กฤษณา อโศกสิน

Page 11

“เราติดต่อราชการกันด้วยนี่คะ”

“มันไม่เกี่ยวกับราชการ” เขาลงน้ำหนักเสียง

เขามองหล่อนลึกจนพลับพลาต้องทำเขิน พลางเสเปิดกระเป๋าถือ

หยิบกล่องแบนเล็กออกมาส่งให้

“ของฝากจากสิงคโปร์ค่ะ”

“ให้ผม…หรือฮะ” เขาถามพลางเปิดฝากล่อง ในนั้นมีกระเป๋า

สตางค์ มีลายเซ็นพิมพ์ชื่อนักออกแบบคนดังติดอยู่ด้านใน มีตัวย่อทำด้วย

ทองเหลืองเล็กๆ แข็งแรงฝั่งติดอยู่ตรงมุม “ขอบคุณมาก…ของเก่าของผม

กำลัง “พัง” พอดี คิดจะเปลี่ยนอยู่แล้วแต่ยังหาเวลาเดินดูไม่ได้”

เขาพูดพลางพลิกดูด้านนอกด้านใน จัดแจงหยิบกระเป๋าใบเก่า

ออกมาเปลี่ยนเดี่ยวนั้น

“ดูบัตรข้าราชการของผมซีฮะ”

“อั้ย!” พลับพลารับมาพิจารณาพลางหัวเราะ “หล่อเชียว”

“แปลว่าตัวจริงไม่หล่อใช่หรือเปล่า” เขาพูดพลางรวบรวมธนบัตร

และบัตรเล็กบัตรน้อยรวมทั้งรูปถ่ายเล็กๆ “นี่ลูกสาวลูกชายผม”

พลับพลาคืนบัตรประจำตัวให้แล้วรับเอารูปลูกเขามาดู

เน่อนาง 111

Page 12

“น่ารักนะคะ”

“ถ่ายตอนเขาอายุสามสี่ขวบ ทุกครั้งที่เปิดกระเป๋า เห็นรูปลูกแล้ว

ก็ใจหาย..”

ถ้อยคำนั้นฟังดูประหลาด ประหลาดเพราะชวนให้พลับพลาวังเวง

ขึ้นมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“เอ…นี่ผมคร่ำครวญเรื่องของตัวเองมากไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

ถ้ามากไปก็…ขอโทษด้วย” เขาพีมพำเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าหล่อนเฉยเมย

ไปขณะส่งรูปคืน

112 | กฤษณา อโศกสิน



Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *